หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

คสช.เหลวแก้ขายหวยเกินราคา แฉ " 3เสือ " ผู้กำหนดราคาสลาก



     ผู้ค้าสลากฯรายย่อยยัน 80 บาทไม่ไหว กำไรไม่คุ้มค่าใช้จ่าย ขอคสช.กำหนดเพดาน 90 บาท แฉ"3 เสือกองสลาก"ผูกขาด กำหนดราคา แทนสนง.สลากฯ หาก คสช.จะแก้ปัญหาต้องแก้ตรงจุดนี้ ขณะที่เครือข่ายประชาชนร้องสตง. ตรวจสอบการใช้จ่ายงบสำนักงานสลากฯ
      
       หลังจาก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงถึงการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ก.ค.57 ว่า คสช.มีแนวทางปฏิบัติในระยะแรกคือให้ตั้งจุดขายในราคาฉบับละ 80 บาท ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดเท่าที่สามารถทำได้ เนื่องจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีภาระสัญญาผูกพันคงค้างอยู่กับผู้ได้รับอนุญาตอยู่เดิม ส่วนที่เหลือให้เป็นไปตามกลไกตลาด แต่จะพยายามไม่ให้ขายเกินฉบับละ 90 บาท
      
       ศูนย์ข่าวภูมิภาค ASTV  ผู้จัดการรายวัน ได้ส่งผู้สื่อข่าวลงสำรวจแผงขายล็อตเตอรี่ โดยเฉพาะจุดที่ทางจังหวัดจัดให้จำหน่ายฉบับละ 80 บาท พบว่า มีประชาชนพากันมาหาซื้อจำนวนมาก ขณะที่ผู้ค้าต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้เป็นผลดีกับผู้ซื้อ แต่ผู้จำหน่ายรายย่อยอยู่ลำบาก เนื่องจากซื้อในราคาต้นทุนที่ 74.40 บาท ขาย 80 บาท ได้กำไรเพียง 5.60 บาท ถือว่าน้อยมาก ทำให้ต้องซื้อเพิ่มจากส่วนกลางราคาฉบับละ 79 บาท ซึ่งจะได้กำไรเพียงบาทเดียว ขณะที่ค่าครองชีพในปัจจุบันสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะแก๊สหุงต้ม ที่ราคาสูงถึงถังละ 390 บาทแล้ว
      
       **คนพิการครวญขอโควต้าเพิ่ม-ขาย 90 บาท
      
       ขณะที่ผู้พิการ อย่างนายจิรพันธ์ นุชโพธิ์ ที่ยึดอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาลใน จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า กำไรฉบับละ 4-5 บาทสำหรับคนปกติคงไม่มีปัญหา แต่สำหรับคนพิการได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีงานอื่นทำ ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่ค่อยมีใครรับ และมีหนี้สินเช่นกัน ถ้าผ่อนผันให้ขายฉบับละไม่เกิน 90 บาท ก็อยู่ได้ เพราะไม่ถูกไม่แพงเกินไป และฝากไปถึงคสช. เรื่องโควตาคนพิการด้วย เพราะที่จ.อุตรดิตถ์ มีโควตาสำหรับคนทั่วไปถึง 300 คน แต่ของคนพิการมีเพียงกว่า 10 คนเท่านั้น
      
       ด้านทางออกของปัญหาราคาจำหน่ายนั้น ผู้ค้ารายย่อยและเดินเร่ขาย ต่างเห็นตรงกันว่า ขอให้คสช. แก้ปัญหาให้ตรงจุด อย่าแก้ที่ปลายเหตุ เพราะจะทำให้ปัญหาบานปลาย โดยให้ไปแก้ที่ต้นทุน ซึ่งไม่ควรเกินใบฉบับละ 63-64 บาท เพื่อขาย 80 บาท หรือกำหนดราคาขายปลีก 90 บาท แต่ไม่เกิน 100 บาท หรือเปลี่ยนวิธีการจัดสรรโควต้าให้ถึงมือผู้ค้ารายย่อยโดยตรง เพราะเป็นกลุ่มที่ไม่มีโควตา ต้องไปซื้อต่อจากยี่ปั๊วในราคาแพงกว่าต้นทุนของกองสลาก
      
       **ผู้ค้าเร่วังสะพุงลั่นอยู่ไม่ได้-ขอขายเกิน
      
       ที่ดุเดือดที่สุดเห็นจะเป็นกลุ่มผู้เร่ขายสลาก จ.เลย โดยเฉพาะที่บ้านนาซำแซง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง กว่า 600 คน ขณะทั้งอำเภอมีถึง 5,000 คน ที่ต่างวิตกกังวัลกับรายได้ที่จะพอเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้หรือไม่ ล่าสุดได้ประชุมร่วมกัน และได้ข้อสรุปว่า จะขอขายเกินราคา เพราะหากต้องขาย 80 บาท จะไม่สามารถรับภาระในการเดินเร่ขายต่างจังหวัดได้ เนื่องจากต้องจ่ายค่าบ้านเช่า ค่ารถ แม้แต่ค่าเข้าห้องสุขาครั้งละ 3-5 บาท ซ้ำยังไม่ได้อยู่กันแบบครอบครัว โดยแต่ละงวดต้องลงทุนกว่า 50,000 บาทต่อราย
      
       ถ้าจะให้ขาย 80 บาท ก็ขอให้คสช. ช่วยหากองทุน หรือจัดโควตาให้กลุ่มผู้ค้าเร่โดยตรง หากได้ราคา 60-62 บาท แล้วขาย 80 บาทก็พออยู่ได้
      
       แต่หากไม่ลดต้นทุน แก้ปัญหาโควต้า หรือบังคับขาย 80 บาท คงต้องหยุดขายไปโดยปริยาย ยอมอดตายดีกว่าต้องมาเป็นหนี้ค่าสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะแต่ละงวดไม่ได้ขายหมดแผง บางงวดขายได้เฉพาะเลขสวยเท่านั้น เลขที่ออกแล้ว เลขตัวเดียว หรือเลขไม่สวยมีแต่เหลือติดแผงติดมือ
      
       ขณะที่ผู้ซื้อบอกบางวดเคยซื้อในราคาสูงถึงฉบับละ 130 บาท เมื่อ คสช.ให้ขาย 80 บาท ก็รู้สึกดีใจและขอบคุณคสช.ที่ทำให้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ส่วนบางคนบอกว่าเรื่องราคา เป็นความพึงพอใจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย โดยเฉพาะคนชอบเสี่ยงดวง ที่หวังว่าสักวันอาจจะถูกรางวัลที่ 1 ก็เป็นได้ แต่หากขายฉบับละ 80 บาทก็น่าจะดีกว่า
      
       **เปิดเงื่อนไขคสช.สั่งคลังจังหวัดคุมราคา
      
       ทางด้านเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ตามที่ คสช.มีมติให้กรมบัญชีกลาง กำชับคลังจังหวัด กวดขันดูแลตัวแทนจำหน่ายสลาก ที่รับจากคลังจังหวัดไปจำหน่าย เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้ซื้อนั้น คุณสมบัติของตัวแทนจำหน่ายสลากต้องปฏิบัติ คือ ต้องมารับสลากทุกงวดตลอดอายุสัญญา ขายปลีกตามราคาที่กำหนด ต้องรับผิดชอบควบคุมไม่ให้ขายเกินราคา ห้ามโอนสิทธิ์ กรณีย้ายสถานที่ขายต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสำนักงานคลังจังหวัด ถึงแก่กรรมระหว่างอายุสัญญาถือว่าสัญญาสิ้นสุด
      
       หากมีหลักฐานว่าผู้ค้ารายใดจำหน่ายเกิน 80 บาท อาจส่งผลต่อการถูกยกเลิกสัญญาในปีต่อไปได้ สำหรับบทลงโทษของการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท การเสนอขายหรือขายสลากบำรุงการกุศล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      
       **หวยหายได้เค้าคนเก็บ-ไล่ล่าคนขึ้นเงิน
      
       ด้านความคืบหน้าคดีไปรษณีย์พระนครศรีอยุธยา ทำสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 ก.ค.57 หล่นหายระหว่างนำส่งจังหวัด จนเป็นที่มาของการแจ้งความและอายัดสลากที่หายไปนั้น น.ส.สุนารัตน์ ภาคาหาญ อายุ 43 ปี เจ้าของแผงขายสลากและรับซื้อสลากถูกรางวัล ตลาดแกรนด์ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการที่มีชายนำสลากถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว หลายเลข 39 งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เป็นสลากที่สูญหาย และถูกอายัดมาขึ้นเงินที่ร้านของตนนั้น ขอฝากเตือนร้านค้ารับขึ้นเงินรางวัล ว่าควรตรวจสอบให้ละเอียด เพราะเชื่อว่าคนที่เก็บสลากได้ น่าจะทยอยนำมาขึ้นเงินรางวัลแล้ว
      
       พล.ต.ต.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัด ตรวจหารถกระบะซึ่งมีพยานยืนยันว่าเก็บสลากที่หล่นจากรถของไปรษณีย์พระนครศรีอยุธยา ช่วงเลี้ยวขวาจากถนนอู่ทอง เพื่อขึ้นสะพานนเรศวร ซึ่งคนขับได้จอดรถ และลงมาเก็บสลากไป เมื่อพยานได้เข้าไปดูก็บอกว่าจะนำไปคืนไปรษณีย์ จากนั้นได้ขับรถออกไป
      
       ส่วนชายที่นำสลากมาขึ้นรางวัล อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางมาที่ร้าน และตามเส้นทางที่ชายต้องสงสัยเดินออกจากร้านไปทางโรงแรมแกรนด์ หรือออกไปทางฝั่งตรงข้ามร้าน ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้คนที่ครอบครองสลาก เริ่มนำมาขึ้นรางวัลตามร้านค้าแล้ว จึงฝากให้ช่วยตรวจสอบด้วย หากพบว่าเป็นสลากที่หาย และถูกอายัดให้ถ่วงเวลา และแจ้งตำรวจไปตรวจสอบ และควบคุมตัวมาสอบสวน
      
       **ร้องสตง.ตรวจสอบการใช้จ่ายงบกองสลาก
      
       วานนี้ (3ก.ค.) นายธนากร คมกฤส ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่าย กว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือต่อรักษาการ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน เอื้อประโยชน์ให้การเมือง ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ โดยมีน.ส.พวงชมนาถ จริยะจินดา รองผู้ว่าการสตง. เป็นผู้รับหนังสือ
      
       ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ ระบุว่า จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา และแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการสลากฯ พบข้อสังเกตเกี่ยวกับการอนุมัติใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานสลากฯ 3 เรื่อง คือ ไม่มีข้อกำหนดคุณสมบัติของผู้รับเงินบริจาค หรือสนับสนุนจากกองสลากฯ ซึ่งเป็นช่องโหว่ของผู้ขอรับเงินสนับสนุนจะเป็นใครก็ได้ ทั้งบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ และที่ผ่านมาไม่เคยมีการเปิดเผยรายชื่อหน่วยงาน องค์กร หรือ บุคคลที่ได้รับการสนับสนุนต่อสาธารณะ รวมถึงไม่มีการตรวจสอบว่าผู้รับเงินสนับสนุนนั้น ใช้จ่ายงบประมาณตรงตามวัตถุประสงค์ที่ขอมาหรือไม่
      
       ทั้งนี้ ผู้อนุมัติงบประมาณ ล้วนแต่เป็นคณะกรรมการ ซึ่งเป็นบุคคลภายในทั้งหมด
      
       จากข้อสังเกตดังกล่าว จึงร้องไปยัง สตง.ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานสลากฯ รวมถึงอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ซึ่งสามารถอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณครั้งละไม่เกิน 3 แสนบาท ว่า มีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล หรือเชื่อมโยงกับฐานการเมืองของพรรคการเมืองใดหรือไม่
      
       **แฉสลากส่วนใหญ่อยู่ในมือกลุ่ม 3 เสือ
      
       แหล่งข่าวในวงการผู้ค้าสลากเปิดเผยว่า การที่คสช.ไม่สามารถทำให้สลากลดราคาลงมาเหลือ 80 บาทได้ เนื่องจาก กองสลากฯ มีสัญญาผูกพันอยู่กับผู้ได้รับอนุญาตเดิมนั้น น่าจะหมายถึงบรรดายี่ปั๊ว หรือบรรดาขาใหญ่ ที่รู้จักกันในนาม 5 เสือกองสลากฯ ซึ่งปัจจุบันมีการควบรวมเหลือเพียง 3 เสือ
      
       โดยเสือแรก คือ"เจ๊แดง" หรือนางปลื้มจิตต์ กนิษฐ์สุด เจ้าของบริษัทสลากมหาลาภ บริษัทปลื้มวัธนา และ บริษัทไดมอนด์ ล็อตโต้

       เสือที่สอง คือ"เจ๊สะเรียง" น.ส.สะเรียง อัศววุฒิพงศ์ เจ้าของ บริษัท หยาดน้ำเพชร และ บริษัทบีบี เมอร์ชานท์ เสือที่สาม คือ ร.อ.ธรรมนัส (มนัส) พรหมเผ่า ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสี่แยกคอกวัว ที่เข้าเทกโอเวอร์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ขวัญฤดี ของ"เจ๊แดง" ปลื้มจิตต์ จนเจ๊แดง กลายเป็นอดีตผู้ยิ่งใหญ่ในการจำหน่ายสลากฯ ซึ่งแต่ละเสือล้วนมีนักการเมืองใหญ่เอี่ยวผลประโยชน์อยู่ด้วย
      
       ปัจจุบันสลากกินแบ่งรัฐบาล ขายออกทั้งสิ้น 72 ล้านฉบับ แบ่งเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล 50 ล้านฉบับ สลากการกุศล 22 ล้านฉบับ โดยแบ่งขายผ่านผู้ค้ารายย่อยทั้งส่วนกลาง และภูมิภาค นิติบุคคล องค์กรการกุศล และสมาคมผู้พิการ รวมทั้งหมด 34,273 ราย
      
       ราคาสลากที่กำหนดไว้ 80 บาทนั้น โควต้าในส่วนของนิติบุคคล จะได้รับส่วนลด 9 % เหลือใบละ 72.80 บาท ขณะที่รายย่อยที่มีโควตากับสำนักงานฯกว่า 3 หมื่นราย หรือ 67 % ของโควตาทั้งหมด จะได้รับส่วนลด 7% เหลือใบละ 74.40 บาท
      
       แหล่งข่าวกล่าวว่า เมื่อสลากฯออกมา แทนที่จะกระจายไปตามโควต้าต่างๆ กลับถูกกว้านซื้อโดยบรรดาขาใหญ่ในกลุ่ม 3 เสือที่ว่า รวบรวมสลากมาใว้ในมือ แล้วทำการเรียงเลขใหม่ ที่เรียกว่ารวมชุด เป็นเลขชุด นอกจากนี้ก็คัดเลขเด่น เลขดัง เมื่อคัดแยกเรียบร้อยแล้วก็จะขายส่งให้กับ ยี่ปั้วต่างๆ ที่มารับไปส่งให้ร้านค้าย่อยในต่างจังหวัด หรือ ผู้ค้ารายย่อยอื่นๆ โดยเลขชุด เลขสวย เลขดัง ที่คัดแล้วก็ขายในราคาแพง เลขไม่สวย เลขที่เพิ่งออกไปแล้ว ก็จะราคาลดหลั่นกันลงไป
      
       ดังนั้นผู้ค้ารายย่อยจึงต้องมาซื้อกับกลุ่มสามเสือนี้ การกำหนดราคาสลากฯจึงขึ้นอยู่กับคนกลุ่มนี้ ไม่ใช่สำนักงานสลาก และที่สำนักงานสลากฯไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ก็เพราะไปมีผลประโยชน์กับเขาด้วย คือเจ้าหน้าที่ในสำนักงานสลาก ก็มีโควต้าเกือบทุกคน แล้วก็เอามาขายให้กลุ่มสามเสือนี่เหมือนกัน
      
       เมื่อประชาชนบ่นว่า สลากฯราคาแพง ทางสำนักงานสลากฯ ก็อ้างว่าสลากฯมีไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ซื้อ ก็หาเรื่องพิมพ์เพิ่มอีก เมื่อพิมพ์เพิ่มแล้วก็ไปเข้าวงจรนี้อีก คนที่ได้ประโยชน์มากสุด ก็ยังเป็นกลุ่มสามเสือเหมือนเดิม
      
       ดังนั้น หากคสช.จะแก้ปัญหาเรื่องราคาสลากต้องแก้ตรงจุดนี้

         ที่มา  ผู้จัดการออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น