หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

สุพรรณบุรี กระบะชนท้ายเก๋งตกร่องกลางถนนตาย 1 เจ็บ 3




                เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 31 ม.ค. ร.ต.ท.สุเมธ สุขศรัทธา พงส.สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกันมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บติดภายในที่ถนนสายสุพรรณบุรี-บางบัวทอง หมู่ 2 ต.ท่าระหัด ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเณรแก้ว พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้สีบรอนซ์เงินทะเบียน กง 9889 กรุงเทพมหานคร ตกลงไปในร่องน้ำกลางถนนสภาพพังเสียหายทั้งคันที่เบาะนั่งคนขับพบร่างนายสุขสันต์ ทองลา อายุ 40 ปีอยู่บ้านเลขที่ 14/2 หมู่ 3 ต.เพชรชมพู อ.โกสัมภีร์ จ.กำแพงเพชร และ ด.ญ.ปาริศรา หงส์เวียงจันทร์ อายุ 4 ขวบได้รับบาดเจ็บ





              ใกล้กันมีรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน กต 4491 สุพรรณบุรี สภาพเสียหายทั้งคัน ที่เบาะนั่งคนขับพบร่างนายสุนันท์  ทับทิมดี อายุ 29 ปีอยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ 1 ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ถูกอัดก็อปปี้ติดคาอยู่เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างช่วยน้ำร่างผู้บาดเจ็บออกมาได้ทั้งหมดพร้อมรับนำส่ง รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และห่างกันประมาณ 15 เมตรพบศพสุนิสา  สัตบุรุษ อายุ 30 ปีอยู่บ้านเลขที่ 107/2 หมู่ 5 ต.วังยาง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี นอนคว่ำหน้าสภาพแขนขาหัก





              จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายสุขสันต์  ได้ขับรถพาภรรยาและบุตรสาวออกจากบ้านมาตามถนนสายดังกล่าวมุ่งหน้าเข้า อ.บางปลาม้า ถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักพุ่งชนท้ายรถเก๋งที่มีนายสุนันท์  ทับทิมดี ขับวิ่งอยู่ด้านหน้าอย่างแรงเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันกระเด็นเข้าไปในเขต อ.บางปลาม้า ตกร่องกลางถนนเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนคนขับรถทั้งสองฝ่ายสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายเนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถให้การได้





ศูนย์ข่าวสุพรรณบุรี
 เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

ศาลปกครอง จัดการแข่งขันแรลลี่ศาลปกครองสัมพันธ์ ปี ๒๕๕๘




                  สำนักงานศาลปกครอง จัดกิจกรรม “ การแข่งขันแรลลี่ศาลปกครองสัมพันธ์ ปี ๒๕๕๘ ”  เพื่อหารายได้สนับสนุนกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ศาลปกครอง เส้นทาง “ กรุงเทพฯ – เพชรบุรี ”  ระหว่างวันที่ ๗ – ๘ มีนาคม ๒๕๕๘ โดยกำหนดออกเดินทางจากอาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ     ไปยัง โรงแรมโกลเด้นท์ บีช ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี   ชิงถ้วยรางวัลและของที่ระลึกจากสำนักงาน  ศาลปกครอง




                โดยผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้ – ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘     และขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครพร้อมชำระเงินค่าสมัครคันละ ๕,๐๐๐ บาท (สำหรับผู้ใหญ่ ๒ ท่าน)  ไม่จำกัดประเภทรถยนต์ ได้ที่กลุ่มสวัสดิการ สำนักบริหารกลาง อาคารสำนักงานศาลปกครอง ชั้น ๑ ถนนแจ้งวัฒนะ หรือดาวน์โหลดใบสมัครที่ http://www.admincourt.go.th และ ชำระเงินค่าสมัคร ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาศาลปกครอง ชื่อบัญชี “  เงินสนับสนุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ ศาลปกครอง  ” เลขที่บัญชี ๙๘๓-๐-๗๙๗๑๓-๙ พร้อมส่งใบสมัครและหลักฐานการชำระเงินมาทางโทรสารหมายเลข ๐-๒๑๔๓-๙๘๑๐




                 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร ๐-๒๑๔๑-๐๙๒๐ และ ๐-๒๑๔๑-๐๙๒๓ หรือสายด่วนศาลปกครอง ๑๓๕๕



สำนักประชาสัมพันธ์  สำนักงานศาลปกครอง  โทร 02-141-1165, 02-141-1168
 เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

ม.คริสเตียน ชี้ผลสำรวจ เด็กไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี ติดบุหรี่เกือบ 5 แสนคน





การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ของวัยรุ่น
โดย ฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยคริสเตียน
-----------------------------------------------------

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์จิรา  วงษ์ขมทอง อธิการบดี มหาวิทยาลัยคริสเตียน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายวิจัย สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการสูบบุหรี่ของวัยรุ่น โดยได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป  ที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรีและนครปฐม จำนวน 1,484 คน โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นชายร้อยละ 48.9 และหญิงร้อยละ 51.1 กลุ่มอายุ 18-30 ปี มีมากที่สุดร้อยละ 43.2 สถานภาพโสดร้อยละ 47.5 และสถานภาพสมรส ร้อยละ 46.7 นับถือ ศาสนาพุทธมากที่สุด ร้อยละ 97.0 ระดับการศึกษา ปริญญาตรีมากที่สุดร้อยละ 38.7 และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 20.3  สถานภาพเป็นนักเรียน นักศึกษา ร้อยละ 22.0 เป็นข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 21.0  และเจ้าของกิจการ/ ค้าขาย/ มีธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 20.3





             ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 65.9 มีความคิดเห็นว่าสถานการณ์การสูบบุหรี่ของวัยรุ่นเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงมากถึงมากที่สุด โดยพบเห็นวัยรุ่นในชุมชนที่อาศัยอยู่สูบบุหรี่ ส่วนร้อยละ 46.7 ได้รับทราบว่าวัยรุ่นสูบบุหรี่จากสื่อต่างๆ ร้อยละ 52.5 เห็นว่า การสูบบุหรี่ของวัยรุ่นเกิดจากเลียนแบบจากเพื่อน/คนในครอบครัว และร้อยละ 51.7 คิดว่าเกิดจากอยากรู้อยากลอง

กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 51.1 มีความรู้สึกรังเกียจวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ และร้อยละ 44.8 อยากให้วัยรุ่นเลิกสูบบุหรี่   ร้อยละ 61.0 เห็นว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตนเองและคนรอบข้าง และร้อยละ 35.0 เห็นว่าการสูบบุหรี่เป็นเรื่องน่ารังเกียจ 

กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 55.3 เห็นว่าผู้ที่สูบบุหรี่ควรสูบในบริเวณที่จัดไว้เท่านั้น ส่วนร้อยละ 54.6 เห็นว่าวัยรุ่นควรเลิกสูบบุหรี่ และร้อยละ 52.6 คิดว่าควรหาวิธีช่วยให้วัยรุ่นเลิกสูบบุหรี่

กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 62.6 เห็นว่าวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ควรเลิกสูบได้เพราะสุขภาพทรุดโทรม ร้อยละ 52.7 คิดว่าจะเลิกสูบบุหรี่เพราะคนในครอบครัวขอร้อง และร้อยละ 52.เลิกสูบบุหรี่เพราะผลจากการรณรงค์เลิกสูบบุหรี่

กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 53.5  เห็นว่ามาตรการที่จะส่งผลให้วัยรุ่นเลิกสูบบุหรี่ คือ การห้ามขายบุหรี่ให้เด็ก ร้อยละ 53.0 เห็นว่าการพิมพ์คำเตือนและรูปภาพแสดงพิษภัยของบุหรี่ จะส่งผลให้วัยรุ่นเลิกสูบบุหรี่เหมือนกัน  ส่วนร้อยละ 52.0 เห็นว่าการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ น่าจะส่งผลให้วัยรุ่นเลิกสูบบุหรี่ได้เหมือนกัน

กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 58.4 เห็นว่าสถานศึกษาควรร่วมรับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ของวัยรุ่น ร้อยละ 55.4  เห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขควรเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ของวัยรุ่น  และร้อยละ 50.9 เห็นว่าครอบครัวควรร่วมรับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ของวัยรุ่น

              ส่วนความคิดเห็นต่อแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ของวัยรุ่น พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 63.3 เห็นว่าควรรณรงค์ให้วัยรุ่นทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ร้อยละ 60.0 เห็นว่าควรส่งเสริมให้วัยรุ่นใช้เวลาว่าง    ให้เป็นประโยชน์โดยการออกกำลังกาย และร้อยละ 53.9  เห็นว่าควรปลูกฝังค่านิยมการไม่สูบบุหรี่ให้กับวัยรุ่น





           การติดบุหรี่เป็นปัญหาที่รุนแรงยิ่งขึ้นในปัจจุบัน วัยรุ่นทั้งหญิงและชายสูบบุหรี่มากขึ้น แต่วัยรุ่นชายมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่มากกว่าวัยรุ่นหญิง จากการสำรวจล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า เด็กไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี     ติดบุหรี่เกือบ 5 แสนคน และเยาวชนอายุระหว่าง 18-24 ปี ติดบุหรี่กว่า 1 ล้านห้าแสนคน สิ่งสำคัญเร่งด่วนคือการหาทางช่วยเหลือให้ผู้ที่ติดบุหรี่เลิกสูบบุหรี่และลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ใหม่ ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง มุ่งมั่นและหาแรงบันดาลใจให้ตนเองเลิกสูบบุหรี่ เช่น เลิกสูบบุหรี่เพื่อพ่อแม่ หรือคนรัก อีกทั้งภาครัฐต้องเร่งรณรงค์ให้เยาวชนเลิกสูบบุหรี่และบังคับใช้กฏหมายที่เกี่ยวข้องในการห้ามสูบบุหรี่ในสถานศึกษา ที่ทำงานและที่สาธารณะอย่างจริงจัง





 Cadit  :  ชนาธิป  พึ่งดอกไม้   ปชส.ม.คริสเตียน   034-229480 ต่อ 1171
   เรวัติ   น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com   08-1910-7445

สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ รรท.ผบก.ปล่อยแถวป้องกันอาชญากรรม




            สภ.อู่ทองปล่อยแถวป้องกันอาชญากรรม  โดยมี  พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์  รรท.ผบก.สุพรรณบุรี มาเป็นประธานปล่อยแถวป้องกันอาชญากรรม ตามโครงการจุดสกัดล้อมเมืองป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ  สภ.อู่ทองและเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกันปล่อยแถวในครั้งนี้





          โดย พตอ.ชัยรัตน์ กล่าวว่า ในการปล่อยแถวในครั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องปรามอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้อุ่นใจ โดยการปล่อยแถวป้องกันอาชญากรรมจะทำทุก สภ.ในเขตพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี




เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

สุพรรณบุรี นักศึกษาครู ปี 5 ร้องศูนย์ดำรงธรรม หวั่นเสียสิทธิ์ใบประกอบวิชาชีพครู




             นายเสกสรร  ถนอมกิตติ  จ่าจังหวัดสุพรรณบุรี รับหนังสือจากขอความเป็นธรรม จาก
นักศึกษาชั้นปีที่ 5 หน่วยจัดการศึกษานอกที่ตั้ง มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี  จำนวน 38 คน ที่ศูนย์ดำรงธรรมสุพรรณบุรี เนื่องจากไมได้รับความเป็นธรรมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี  เนื่องด้วยปัจจุบันนักศึกษาชั้นปีที่ 5 สาขาสังคมศึกษา(สายครู) คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ และนักศึกษาสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา สังกัดคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาในปีนี้  ไม่ได้รับการส่งรายชื่อไปยังคุรุสภา  เพื่อรับใบอนุญาตประกอบใบวิชาชีพครู ซึ่งในขณะนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้จัดส่งรายชื่อนักศึกษาสายครูทั้งหมดไปยังคุรุสภาแล้ว  เมื่อสอบถามทางมหาวิทยาลัยไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนต่อนักศึกษาได้ แสดงถึงความไม่เท่าเทียมกันทั้งๆที่เป็นนักศึกษาหลักสูตรเดียวกัน เรียนตามหลักสูตรที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดทุกอย่าง






              ด้านนางสาวสุลัคนา  รอดเจริญ  กล่าวในนามตัวแทนนักศึกษาว่า ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือสอบถามการดำเนินการส่งรายชื่อนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต รหัส 53 เพื่อใบประกอบวิชาชีพครูแล้ว แต่ยังมิได้รับรับคำตอบเช่นกัน ซึ่งเท่ากับเป็นการเสียสิทธิ์ที่พึงจะได้รับใบประกอบวิชาชีพครูสำหรับการทำงานในอนาคต และในเดือนมีนาคมนี้ มีการเปิดรับสมัครบรรจุครูผู้ช่วย หากนักศึกษาไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะไม่สามารถสมัครสอบได้  ทั้งนี้ จากการสอบถามทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี  แจ้งว่าหน่วยจัดการศึกษานอกที่ตั้ง 4 แห่งคือ หน่วยจัดการศึกษานอกที่ตั้ง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ หน่วยจัดการศึกษานอกที่ตั้ง อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี หน่วยจัดการศึกษานอกที่ตั้ง อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี และหน่วยจัดการศึกษานอกที่ตั้ง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ผ่านการประเมินจากคณะกรรมการอุดมศึกษาต้องยุติการเปิดรับและรับผิดชอบนักศึกษาที่คงอยู่จนกว่านักศึกษาจะจบการศึกษา และทางมหาวิทยาลัยได้จัดส่งรายชื่อนักศึกษาชุดดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อขอความอนุเคราะห์ไปยังสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาช่วยดำเนินการเรื่องเกี่ยวกับสิทธิ์ใบประกอบวิชาชีพครูแล้ว เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2558 เรียบร้อยแล้ว






เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

พลตรีสิทธิ ปิยะสนธิ ระดมสื่อฯ สร้างความปรองดองสมานฉันท์อย่างยั่งยืน



รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี ระดมสื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างความปรองดองสมานฉันท์อย่างยั่งยืน





วันนี้  (30 ม.ค. 58 )  พลตรีสิทธิ ปิยะสนธิ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานการประชุมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ศูนย์ปรองดองและ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 1 ณ ห้องประชุมศาลาจังหวัดสุพรรณบุรี





         พร้อมกล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า  ต้องการให้สื่อมวลชนทุกแขนงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นปัญหา ผลกระทบและแนวทางแก้ไขให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมขอให้สื่อมมวลชนนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง มีแหล่งข่าวที่ชัดเจน สามารถยืนยันได้ พร้อมทั้งช่วยกันยังขจัดปัญหาข้อขัดแย้งในสังคม อันเนื่องมาจากการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง หรือข่าวสารที่เลื่อนลอย รวมทั้งต้องความรับผิดชอบการนำเสนอข่าวสารที่ทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งของทุกสื่อ



อย่างไรก็ตาม สำหรับการระดมความคิดเห็นจะนำเสนอประเด็นปัญหา ที่ก่อให้เกิดผลกระทบ พร้อมข้อเสนอเป็นแนวทางในการแก้ไขประเด็นต่างๆ ของสื่อมวลชน โดยกอรมน.สุพรรณบุรี จะรวบรวมทุกประเด็นนำเสนอต่อศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป เพื่อสรุปเป็นภาพรวมของประเทศต่อไป




เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สมุทรสาคร ร้องศูนย์ดำรงธรรม คัดค้านการเปิดท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน




              แกนนำชาวสมุทรสาคร เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร คัดค้านการเปิดท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน จากกรณี มีการยื่นหนังสือให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ยกเลิกคำสั่งระงับการเปิดท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน อัคร   หรือ  ท่าเรือเซนจูรี เดิม





              วันที่ 30 มกราคม 2558    แกนนำชาวสมุทรสาคร เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร คัดค้านการเปิดท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน จากกรณี  มีการยื่นหนังสือให้ ว่าที่ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ยกเลิกคำสั่งระงับการเปิดท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน อัคร  หรือ ท่าเรือเซนจูรี่ เดิม  โดยมี พ.ต.อ.ชัยยุทธ  ถมยา  ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร คนใกม่ เป็นตัวแทนรับเรื่องร้องทุกข์






          "  เรื่องเดิม จากกรณี  แกนนำกลุ่มสมุทรสาคร พร้อมชาวบ้าน ชาวประมง และชาวสวนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโรงงานขนถ่ายหิน 5 แห่ง ประท้วงปิดถนนพระราม 2 ทำให้การจราจรทั้งขาเข้าและออกติดขัดเป็นระยะทางยาวนานนับชั่วโมง

เมื่อวันที่  13 กรกฎาคม  2554  นายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมประมงจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมผู้ชุมนุมกลุ่มต่อต้านถ่านหินอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตสมุทรสาคร และชมรมเรารักษ์แม่น้ำท่าจีน จ.นครปฐมรวมทั้งกลุ่มอนุรักษ์อ่าวตัว ก.ประมงชายฝั่งสมุทรสาคร ประมาณ 1,000 คน ได้มารวมตัวปิดถนนกันที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร ถนนเศรษฐกิจ 1 ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

โดยมีผู้แทนของกลุ่มเรียกร้องให้ทางจังหวัด 5 ข้อคือ สั่งการให้หยุดการขนถ่ายถ่านหินทุกประเภท ในทะเลปากอ่าวสมุทรสาคร และแม่น้ำท่าจีน, หยุดออกใบอนุญาต สร้างโรงงานประกอบกิจการถ่านหิน หรือเก็บกอง คัดแยกถ่านหินเพิ่มอีก, โรงงานเก็บกองคัดแยกและจำหน่ายถ่านหินต้องเป็นระบบปิดที่ได้มาตรฐานสากล และต้องไม่อยู่พื้นที่สีเขียว (พื้นที่เกษตร) ชุมชน วัด และโรงเรียน, การขนถ่ายถ่านหินทางรถ ต้องเป็นระบบปิดที่ได้มาตรฐานสากลเท่านั้น และหากผู้ประกอบกิจการถ่านหินรายใดยังเพิกเฉย สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนอีก ทางจังหวัดต้องสั่งปิดกิจการทันที โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมจึงได้รวมพลใช้รถกระบะและรถบรรทุกปิดถนนพระราม 2 ทั้งขาเข้าและขาออก บริเวณข้างตลาดกุ้ง ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งทำให้การจราจรเป็นอัมพาตทั้งขาเข้าและขาออก กทม. เพื่อเรียกร้องให้ทางจังหวัดดำเนินการกับกลุ่มผู้ประกอบการถ่านหิน


ต่อมาทางด้านนายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายไพศาล สำราญทรัพย์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาค รพ.ต.อ.วุฑฒิ ศรีรัตนวุฑฒิ รองผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.อ.ชัยชาญ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร ได้เดินทางมาเพื่อเจรจากับแกนนำผู้ชุมนุม

โดยทางกลุ่มชุมนุมได้มีจุดยืนในการเจรจาต่อรองว่าขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร มีหนังสือคำสั่งถึงหน่วยงานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และเทศบาล ยกเลิกใบประกอบกิจการโรงงานถ่านหินและท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน และส่งหนังสือตอบรับของหน่วยงานต่างๆแก่กลุ่มต่อต้านถ่านหินทันที และให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและเทศบาลทำประชาพิจารณ์ใหม่ทั้งหมดและต้องไม่น้อยกว่า 80% ของจำนวนประชากรในพื้นที่นั้นๆภายใน 7 วัน

โดยนายจุลภัทร แสงจันทร์ กล่าวว่าจังหวัดจะรับไปดำเนินการให้พร้อมทั้งจะสั่งให้กรมเจ้าท่าส่งเรือไปเฝ้าและระงับไม่ให้เรือขนถ่ายถ่านหินเข้ามา ผู้ชุมนุมจึงสลายตัวเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.  "






             ยุทธนัย   อังกิตานนท์ บรรณาธิการ นสพ.เสียงประชา   ข่าว
 เรวัติ น้อยวิจิตร   hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

               
 

สระบุรี พบสาวถูกฆ่าหั่นเป็นท่อนยัดกระสอบ





   วันที่  29  ม.ค. 58  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. แก่งคอย  จ. สระบุรี  ได้รับแจ้งเหตุมีผู้พบถุงปุ๋ยบรรจุชิ้นส่วนของมนุษย์  ถูกหั่นเป็นท่อนจำนวน  5  ถุง  บริเวณใต้สะพานข้ามถนนมิตรภาพสายแก่งคอย – บ้านนา  จำนวน  5  ถุง  จึงรายงานให้  พลตำรวจตรีชลิต ปรีชาหาญ  ผบก.จว. สระบุรี  พร้อมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  พบกระสอบถุงปุ๋ยจำนวน  5  กระสอบ  ภายในมีชิ้นส่วนศพผู้หญิงถูกหั่นเป็นท่อน ๆ  ศีรษะ  ลำตัว  ท่อนแขน  ท่อนขา  แบ่งใส่กระสอบ  และยังพบโบว์มัดผม  กางเกงยืดขายาว  เสื้อคลุม (ด้านหลังเสื้อตัดเป็นรูปหัวกระโหลก)





            เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบชื่อของผู้ตาย  เพียงแต่ทราบว่าเป็นผู้หญิงลักษณะผิวขาว  อายุประมาณ  25 – 30 ปี  โดยยังไม่สามารถสรุปประเด็นการตายได้   ขณะนี้ได้นำศพดังกล่าวส่งไปยังโรงพยาบาลตำรวจ  โดยความคืบหน้าจะติดตามต่อไป






(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ น้อยวิจิตร  hub admin  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445